|
D.I.Y. at Musician Society (ตอนที่ 5) - By Modiman
สายนั้นสำคัญไฉน? ถ้าจะพูดกันถึงสายเชื่อมต่อระหว่างกีต้าร์กับเอ็ฟเฟ็ค หรือจากเอ็ฟเฟ็คไปสู่แอมป์ตัวเก่งของคุณ หลายๆคนอาจจะมองข้ามความสำคัญของมัน ซึ่งไอ้เจ้าสายเคเบิ้ลที่เชื่อมต่อนี่แหละ ที่มีผลต่อคุณภาพของรายละเอียดเสียงอย่างมหาศาลเลยทีเดียว ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ใส่ใจต่อความแน่น รายละเอียด เสียงรบกวน (noise) ความชัดเจน หรือแม้แต่ความลื่นไหลไม่สากหู คุณก็ต้องหันมามองสายเคเบิ้ลของคุณแล้ว โดยส่วนตัวนั้นผมก็เคยใช้สายมาหลายยี่ห้ออยู่ บางเส้นก็จะมาแบบประกอบเสร็จ บางเส้นผมก็ไปเดินหาซื้อมาประกอบหัวแจ๊คเอาเอง ซึ่งสายแต่ละยี่ห้อก็จะมีจุดดีจุดด้อยแตกต่างกัน ก็จะนำมาแนะนำกันให้ได้ไปลองหามาใช้กันดูนะครับ

สายยี่ห้อนี้ผมซื้อมาจากร้าน Music Concept มาหลายปีแล้ว (อาจจะหมดแล้วก็ได้) ซื้อมาแต่สายแล้วเอามาเข้าหัวแจ๊คเอง เป็นสายที่ผลิตจากยุโรป แต่โทนเสียงจะออกมาในสไตล์อเมริกัน เสียงที่ได้นั้นจะมีความดุและหนา แต่อาจจะหยาบไปสำหรับผู้ที่ชอบในสไตล์นุ่มนวล จะเหมาะเป็นอย่างมากกับแนวร๊อค เสียงรบกวนน้อยมากและตัวสายมีความยืดหยุ่นสูงใช้งานง่าย

ลักษณะเด่น – ดุ หนา เหมาะกับแนวดุดัน เบสมาก ลักษณะด้อย – เสียงอาจหยาบไปสำหรับสไตล์นุ่มนวล
สายเส้นนี้ผมซื้อมาจากร้านจิ้น เฮง หลี ซึ่งปัจจุบันก็มีขายตามเว็บไซต์ต่างประเทศด้วย ด้านเสียงนั้นให้รายละเอียดได้ดีมาก ได้ทั้งบรรยากาศและรายละเอียดในเนื้อเสียง แต่ค่อนข้างจะมีเสียงรบกวนเยอะไปหน่อย เสียงเบสอาจจะน้อยกว่า Reference แต่ก็ไม่น้อยจนเกินไปจนทำให้เสียสมดุลเสียง (www.WhirlwindUSA.com)
ลักษณะเด่น – รายละเอียดยอดเยี่ยม เหมาะกับปิ๊คอัพแบบ active (ใส่ถ่าน) และ acoustic ลักษณะด้อย – เสียงค่อนข้างฮัม มีเสียงรบกวนกว่ายี่ห้ออื่น แต่จะไม่มีปัญหากับ active pickup ทั่วไป
เป็นยี่ห้อของสายเคเบิ้ลที่นัก DIY ในเมืองนอกหรือผู้ที่ทำงานสตูดิโอรู้จักกันดี สายยี่ห้อนี้ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา มีชื่อเสียงอย่างมากในด้านสายเชื่อมต่อทุกประเภท เปลือกนอกของสายอาจจะแข็งกว่า Reference แต่ก็ไม่แข็งจนเกินไป เสียงให้ความสมดุลที่ดีมาก ให้ความนุ่มนวลสูงซึ่งจะมีผลทำให้ขาดรายละเอียดไปบ้าง (www.Belden.com)
ลักษณะเด่น – เหมาะกับเพลงทุกสไตล์ ให้แนวเสียงกลางๆ นุ่มนวลดี ลักษณะด้อย – ขาดบรรยากาศ (Ambient) ของตัวโน๊ตและความชัดเจนไปบ้าง
- Evidence Audio – The Lyric HG

เป็นสายที่มีองค์ประกอบแตกต่างจากยี่ห้ออื่นที่ผมเคยใช้มาทั้งหมด เช่น การใช้โลหะตัวนำแบบ Solid core (แกนเดี่ยว) และมีการ Shield (หุ้มฉนวน) กันเสียงรบกวนเป็นอย่างดี อีกอย่างนึงก็คือเจ้า The Lyric HG ตัวนี้จะมีทิศทางการต่อด้วย คือที่ปลายทางสายนั้นจะมีสีแดง ทำให้รู้ว่าด้านไหนเป็นต้นทาง (ต่อกับกีต้าร์) ด้านไหนเป็นปลายทาง (ต่อกับเอ็ฟเฟ็คหรือแอมป์) ในเรื่องรายละเอียดทางผู้ผลิตก็ได้ชี้แจงเหตุผลการออกแบบประกอบมาด้วยในแพ็คเกจด้านหลัง สายตัวนี้ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา เสียงที่ได้จะคล้าย Belden 9395 แต่เจ้าสายตัวนี้ได้แก้ปัญหาการขาดบรรยากาศรอบตัวโน๊ต (Ambient) ของ Belden ได้หมด ซึ่งโน๊ตแต่ละตัวมีความเด่นชัดสูงและไม่เน้นจนเสียงคมหรือจัดเกิน เป็นการออกแบบที่ได้จุดพอดีระหว่างความนุ่มนวลและความชัดเจนของตัวโน๊ต (www.EvidenceAudio.com)

ลักษณะเด่น – มีความชัดเจนของตัวโน๊ตดี เสียงรบกวนต่ำ ลักษณะด้อย – ด้วยจากตัวสายถูกออกแบบเป็น Solid core (แกนเดี่ยว) ทำให้ตัวสายมีความแข็งไม่ยืดหยุ่น

ตัวสายมีขนาดใหญ่สุด โดยหัวแจ๊คและการออกแบบโครงสร้างทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของ Monster เอง ดูมีความทนทานแข็งแรงมาก สายยี่ห้อนี้ผู้ที่เล่นเครื่องเสียงและโฮมเธียเตอร์จะรู้จักกันดีมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ด้านเนื้อเสียงของสายรุ่นนี้มีจุดเด่นในด้านความนุ่มนวล กลมกลืน ในขณะที่ยังให้รายละเอียดและบรรยากาศที่ชัดเจนมาก ไม่มีอาการเบลอให้ได้ยิน เป็นสายที่ไม่เหมาะเลยกับผู้ที่ชอบความดุดันหรือเล่นแนวร๊อค ซึ่งอาจจะต้องไปเล่นรุ่น Prolink Rock แทน (www.Monstercable.com)
ลักษณะเด่น – มีความกลมกลืน อิ่ม หนา และยังคงความชัดเจนของโน้ตได้ดี ลักษณะด้อย – ขาด Dynamic (ความรุนแรง, กระแทก) และความกระชับสำหรับดนตรีแนวร๊อค หรือดนตรีสมัยใหม่
|